วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

7. ส่องสัตว์ใน Taronga Zoo 2


 Thorny Devil 
     

มังกรมีหนามหรือหนามปีศาจ ( ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Moloch horridus ) เป็นกิ้งก่าออสเตรเลีย  ส่วนใหญ่ของกิ้งก่าเหล่านี้มีสีในเฉดสีพรางทะเลทรายของน้ำตาลและดำ สีเหล่านี้เปลี่ยนจากสีอ่อนในช่วงอากาศอบอุ่นและสีเข้มขึ้นในช่วงอากาศเย็น ตามตัวของมันเต็มไปด้วยหนามเพื่ออำพรางตัว , ป้องกันตัว และภายในหนามจะเป็นรูปกรวยสำหรับกักเก็บน้ำ อาหารส่วนใหญ่จะเป็นมา และแมลงตัวเล็ก ๆ มีอายุได้ถึง 20 ปี

 Bearded Dragon 




เบียร์ดดราก้อน หรือ กิ้งก่ามีเครา ที่มาของชื่อเพราะมีถุงใต้คอซึ่งเป็นหนามแหลม  เวลาที่มันป้องกันตัว , ขู่ศัตรูหรือเวลาผสมพันธุ์ แผงที่คอจะขยายขึ้นคล้ายกับเคราของคน ในธรรมชาติจะอาศัยอยู่บริเวณทะเลทรายและมีสภาพพื้นที่ที่ปกคลุมไปด้วยไม้พุ่มเตี้ย เป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางวัน ดังนั้นมันจำเป็นจะต้องได้รับแสงแดดเพื่อการดำรงชีวิตและจะหลับพักผ่อนในเวลากลางคืน














 Shingleback Lizard 

Shingleback Lizard เป็นกิ้งก่าหางสั้นยุคดึกดำบรรพ์  มีลิ้นสีฟ้าสดใสมีเกล็ดแข็งตามลำตัว มีหางสั้นใหญ่เป็นแหล่งเก็บไขมันสำรองในฤดูหนาว ลักษณะเหมือนหัวของมันเพื่อสร้างความสับสนให้แก่นักล่า ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า " จิ้งเหลนสองหัว "


 Snake-necked turtle 



เต่าคองู ( Snake-necked turtle ) มีลักษณะเด่น คือ มีส่วนคอที่ยาวมากเหมือนงู หัวมีขนาดเล็ก ตากลมโต ขนาดโตเต็มที่กระดองยาว 30 เซนติเมตร อาศัยในน้ำตื้น ๆ หรือชายน้ำ จะไม่อยู่ห่างน้ำไปไกลเพราะคอที่ยาวจะทำให้การเคลื่อนไหวบนบกทำได้ไม่คล่องตัว ชอบความสะอาด มักจะหมอบราบกับพื้นท้องน้ำ และฝังตัวอยู่ในโคลนที่อ่อนนุ่ม กินอาหารจำพวกปลาหรือสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ ด้วยการดูดเข้าไปในปาก พบกระจายพันธุ์ตามหนองบึงทั่วไปของออสเตรเลีย เกาะปาปัวนิวกินีแถบทางใต้ของเกาะบริเวณช่องแคบทอเรส มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 50 ปี

ภาพวาดผนังหินของชาวอะบอริจินมีอายุกว่า 20,000 ปี
     
 Saltwater crocodile 

จระเข้น้ำเค็ม ( Saltwater crocodile ) จัดว่าเป็นสายพันธุ์จระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โตเต็มที่ได้ถึง 6-7 เมตร พบกระจายพันธุ์ทางตอนเหนือ ประเทศออสเตรเลีย บริเวณนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี มักอาศัยอยู่ในป่าโกงกางหรือป่าชายเลนในที่ที่เป็นน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม  มีประมาณ 100,000 ตัว มันมีการกัดของกรามได้อย่างรุนแรงมากที่สุดในโลก โดยมีแรงมากถึง 1,700 ปอนด์ และสามารถกระโดดงับเหยื่อได้ ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ในสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่เช่นนี้

 

จระเข้น้ำเค็มมีอุปนิสัยดุร้ายมาก สามารถโจมตีสัตว์ทุกชนิดที่โดยปกติไม่ใช่อาหารได้ เช่น มนุษย์ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางถิ่นของออสเตรเลียที่ขึ้นชื่ออย่างยิ่งในเรื่องการโจมตีมนุษย์ของจระเข้น้ำเค็ม แม้กระทั่งมีป้ายเตือนห้ามว่ายน้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ  แต่ก็ยังมีข่าวการโจมตีมนุษย์ไปเป็นอาหารอยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งมีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า " Man Eater "


 Emu 

นกอีมูจัดเป็นนกประเภทแรไทต์ ( นกบินไม่ได้ขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างแบบนกยุคก่อนประวัติศาสตร์ ) เช่นเดียวกับนกกระจอกเทศ และนกกีวี ) มีขนาดใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยสูง 2 เมตร และหนักราว 60 – 70 กิโลกรัม  ขนเป็นเส้นสีน้ำตาลอมเทาบริเวณคอมีขนขึ้นปกคลุม นิ้วเท้ามีสามนิ้วสามารถวิ่งได้เร็ว อยู่รวมกันเป็นฝูงโดยแต่ละฝูงจะมีตัวผู้หนึ่งตัวคอยควบคุมตัวเมียทั้งหมด พบได้ทั่วไปในเขตทุ่งหญ้าและป่ากึ่งแห้งแล้งกินผลไม้,ดอกไม้,เมล็ดพืช และแมลงรวมทั้งสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กเป็นอาหาร นอกจากนี้ยังต้องการน้ำทุกวันด้วย นกอีมูวางไข่ครั้งละ 9 – 12 ฟอง นกอีมูยังมีอยู่มากตามธรรมชาติ การขุดบ่อน้ำเพื่อใช้เลี้ยงแกะทำให้นกเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากแหล่งน้ำไปด้วย

      

 Cassowary 

นกแคสโซแวรี ( Cassowary ) เป็นนกบินไม่ได้ขนาดใหญ่ โดยเป็นนกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองมาจากนกกระจอกเทศ และนกอีมูเท่านั้น มีความสูงประมาณ 100 เซนติเมตร หรือกว่านั้น ตัวเมียโดยปกติจะใหญ่กว่าตัวผู้ อาจจะสูงได้ถึง 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม มีนิสัยดุร้าย หวงถิ่นที่อยู่ มีขาใหญ่แข็งแรง เล็บขาเป็นกีบยาวแหลมคมเพื่อใช้จู่โจมและป้องกันตัว

นกแคสโซแวรีมีลักษณะเด่นคือ มีขนสีดำปกคลุมลำตัว ซึ่งขนมีลักษณะแตกต่างไปจากนกจำพวกอื่น ๆ คือ ขนเส้นเดียวแต่แตกออกเป็น 2 เส้น มีไว้สำหรับป้องกันตัวยามเมื่อต้องเดินฝ่าพงหนามหรือพุ่มไม้ มีลำคอยาวไม่มีขนเหมือนนกกระจอกเทศ บริเวณใบหน้าและลำคอมีสีสันสดใสต่างกันไปตามแต่ละชนิด และมีจุดเด่น คือ หงอนขนาดใหญ่บนหัว ซึ่งเป็นสารประกอบเคอราทิน ภายในเป็นโพรงกลวง ปัจจุบันยังไม่มีทราบถึงสาเหตุการมีของหงอนนี้ แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนสันนิษฐานว่า มีไว้เพื่อช่วยในการส่งเสียงร้อง แบบเดียวกับไดโนเสาร์บางสกุลที่มีหงอนบนหัว เช่น พาราซอโรโลฟัส หรือแลมบีโอซอรัส เสียงที่ได้จะเป็นเสียงทุ้มต่ำ ซึ่งนกแคสโซแวรีจัดเป็นนกที่มีเสียงร้องต่ำที่สุดในโลก และยังมีเหตุผลนอกเหนือไปจากนี้ คือ ใช้ในการประกาศเอกลักษณ์เฉพาะตัว หรือเป็นการแสดงออกทางเพศ นกแคสโซแวรีในวัยอ่อน หงอนดังกล่าวจะยังไม่ปรากฏ แต่จะค่อย ๆ ใหญ่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อนกโตขึ้นตามวัย ซึ่งหงอนดังกล่าวสามารถยาวได้ถึง 15-17 เซนติเมตร


นกแคสโซแวรีกระจายพันธุ์ในป่าดิบชื้นของรัฐควีนส์แลนด์ และเกาะนิวกินี เป็นนกที่หากินตามลำพัง อาหารตามปกติได้แก่ ผลไม้, ลูกไม้ต่าง ๆ ที่ตกหล่นบนพื้นหรือขึ้นตามพุ่มเตี้ย ๆ , เห็ดรา และสามารถกินเนื้อสัตว์ได้ด้วย เช่น สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก ๆ รวมถึงซากสัตว์ เวลาในการออกหากินอยู่ในช่วงโพล้เพล้ทั้งในตอนเช้ามืดและตอนเย็น


          

 Australian white ibis 


ไอบิสสีขาวออสเตรเลีย ( Moluccus Threskiornis ) ตัวมีขนสีขาว ส่วนหัวและขายาวเป็นสีดำ ( เป็นสายพันธ์เดียวกับนกไอบิสที่เป็นเทพ Thoth ศักสิทธ์ของชาวอียิปต์โบราณ ) ในอดีตเป็นนกที่หายากในเขตเมือง ต่อมาพวกมันได้อพยพมาอยู่ในพื้นที่ของเมืองชายฝั่งตะวันออกและขยายพันธ์เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 1970 สามารถพบเห็นได้ทั่วไปใน ซิดนีย์ , โกลด์โคสต์ และบริสเบน  หากินปลา และสัตว์ขนาดเล็กทุกชนิด รวมถึงเศษอาหารของมนุษย์  มีกลิ่นรุนแรง ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ชุมชนออสซี่เป็นอย่างมาก
               


 Victoria crowned pigeon 



นกพิราบหงอนวิคตอเรีย ( Victoria crowned pigeon ) เป็นนกในวงศ์นกพิราบและนกเขา ( Columbidae ) จัดเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ในวงศ์นี้ โตเต็มที่ยาวได้ประมาณ 70 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม สามารถบินได้แค่ในระยะสั้น ๆ เหมือนไก่ จึงหากินตามพื้นเป็นหลัก อาหารได้แก่ ผลไม้และเมล็ดพืชชนิดต่าง ๆ รวมทั้งสัตว์ขนาดเล็กหรือแมลงต่าง ๆ พบกระจายพันธุ์ในทวีปออสเตรเลีย และเกาะนิวกินี อาศัยรวมฝูงประมาณ 10 ตัว อยู่ตามพงหญ้าหรือในป่าเพื่อหาอาหาร หากมีเหตุหรือศัตรูเข้ามาใกล้จะส่งเสียงดังพร้อมทั้งบินขึ้นพร้อม ๆ กันไปเกาะดูเหตุการณ์อยู่บนต้นไม้  จัดเป็นนกที่มีความสวยงามชนิดหนึ่ง จึงนิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยง และตามสวนสัตว์ต่าง ๆ



 Crested pigeon 

Crested pigeon หรือนกเขาออสเตรเลีย ( Geophaps plumifera ) นกเขาเป็นอยู่ในวงศ์เดียวกับนกพิราบ แต่ขนาดเล็กกว่าคล้ายกับนกเขาบ้านเรา แต่จะมีขนยาวคล้ายหงอนบนหัวด้วย  ซึ่งอีกสายพันธ์หนึ่งคล้ายกันคือ Spinifex แต่ตัวมีสีเหลืองอมส้ม มีความสวยงามมาก



 Black swan 


หงส์ดำ ( Black swan ) อยู่ในวงศ์นกเป็ดน้ำ (Anatidae) ลักษณะทั่วไปคล้ายกับหงส์ชนิดอื่น ๆ แต่มีลักษณะเด่น คือ ตัวผู้มีสีขนทั่วตัวสีดำอมเทา โตเต็มที่จะมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร น้ำหนัก 9 กิโลกรัม  กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไปในพื้นที่ชุ่มน้ำของประเทศออสเตรเลีย เช่น รัฐนิวเซาท์เวลส์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย รวมถึงเกาะแทสมาเนีย อยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๆ หากินสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ รวมถึงพืช เมล็ดพืช เป็นอาหาร โดยสามารถพบได้ถึงแหล่งน้ำกร่อยหรือน้ำเค็มได้ด้วย  




 Parrot 













ในออสเตรเลียมีนกแก้วหลากหลายกว่า 55 สายพันธุ์ เป็นนกที่อาศัยและหากินบนต้นไม้ กินผลไม้และเมล็ดพืช บินได้ดีและบินได้เร็ว พบอาศัยอยู่เป็นคู่หรือเป็นฝูง ทำรังตามโพรงต้นไม้ กระจายอยู่ทั่วไปในเขตเมืองและชนบทออสเตรเลีย ในบางชนิดมีอายุยืนได้ถึง 50 ปี โดยเฉพาะนกแก้วชนิดที่มีขนาดใหญ่ เช่น นกกระตั้ว และหลากชนิดที่น่าตื่นตาตื่นใจ เช่น นกโรเซลลา นกแก้วลอริกีตส์ นกค็อกคาเทล นกพาราคีท และนกหงส์หยก เป็นต้น

  

 Lyrebird 



นกหางพิณ ( Lyrebird ) เป็นนกขนาดใหญ่ลักษณะทั่วไปคล้ายไก่ฟ้า สีน้ำตาลเข้ม หางคล้ายพิณกรีกอันเป็นที่มาของชื่อนก
หากินตามพื้นชื้นๆใกล้แหล่งน้ำที่ปกคลุมไปด้วยมอสและซากพืช มีนิ้วเท้าแข็งแรงใช้สำหรับคุ้ยเขี่ยขุดเรื้อซากและเปลือกไม้เพื่อหาแมลงและสัตว์ตัวเล็กๆกินเป็นอาหาร ร้องเสียงดังและ สามารถทำเสียงเลียนเสียงนกอื่นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในช่วงฤดูหนาวที่เป็นฤดูผสมพันธุ์ นกเพศผู้จะแพนหางและเต้นไปบนลานดินเรียกคู่
           

 Australian Magpie 


นกแมกไพ Australian Magpie(Cracticus tibicen) เป็นนกพื้นเมืองของออสเตรเลียและนิวกินีตอนใต้ เป็นนกใหญ่ขนาดกลาง รูปร่างและลักษณะนิสัยคล้ายนกอีกาที่บ้านเรา แต่เล็กกว่า เกือบทั้งตัวเป็นสีดำ มีสีขาวแซมช่วงต้นคอ หางส่วนบน และไหล่ สามารถพบเห็นได้ทั่วไป อยู่รวมเป็นฝูงอาจมากถึง 24 ตัว  พบได้ทุกแห่งที่มีต้นไม้ บริเวณที่ติดกับป่า รวมถึงสวนสาธารณะ สวนหย่อม แต่จะไม่พบในที่หนาวเย็นมาก ๆ หรือในทะเลทรายที่แล้งจัด  กินอาหารจำพวกแมลงและหนอน รวมถึงเศษอาหารจากมนุษย์ บางครั้งแอบเข้าไปขโมยอาหารในบ้านเรือนด้วย  รังของพวกมันจะรองพื้นด้วยท่อนไม้หรือกิ่งไม้แห้งเป็นฐาน หรืออะไรก็ตามที่มันหาได้ รังจะอยู่ต้นไม้สูง หรือที่สูง ๆ จะดุร้ายและโฉบและโจมตีผู้ที่เข้ามาใกล้รัง




 Kookaburra 




นกกระเต็นต้นไม้พื้นเมืองออสเตรเลีย ( Kookaburra ) โตเต็มที่จะมีความยาวกว่า 40 ซม. จุดเด่นของมันคือเสียงร้องที่เหมือนเสียงหัวเราะที่ดังมาก บางคนบอกว่าเหมือนเสียงคนแก่หัวเราะ หากินสัตว์ขนาดเล็ก เช่นหนู กิ้งก่า รวมถึงนกขนาดเล็กด้วย พบนกชนิดนี้ทั่วไปตามป่า สวนสาธารณะ หรือบริเวณที่มีต้นไม้มากๆ ในตำนานของชาวอะบอริจิ้น ชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย เชื่อว่าเสียงร้องของนกชนิดนี้จะไปปลุกคนบนฟ้าทุกเช้าให้มาจุดไฟสร้างแสงสว่างและความอบอุ่นให้แก่โลก
ตอนโอลิมปิกปี 2000 ที่ซิดนีย์ เจ้านกชนิดนี้ก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็น mascot 1 ใน 3 ตัวของงานกีฬาโอลิมปิกด้วย





          

 Australian Brush-turkey 

ไก่งวงออสเตรเลีย ( Brush-turkey ) พบในภาคตะวันออกของออสเตรเลีย และปาปัวนิวกินี หากินตามพื้นดินไม่สามารถบินได้ไกล สูงประมาณ 70 ซม.มีขาใหญ่แข็งแรง มันเป็นตัวแทนที่ยังหลงเหลืออยู่ของนกในตะกูล Megapodiidae เป็นหนึ่งในสามสายพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย คือมีลักษณะขากีบใหญ่และวางไข่แบบสัตว์เลื้อยคลาน โดยจะขุดดินเป็นโพรง แล้วเอาเศษหญ้าใบไม้ปูรองพื้นแล้วกลบไว้ จะไม่นอนกกไข่ แต่จะอาศัยความร้อนจากการย่อยสลายของใบไม้ช่วยในการฟักไข่ จนกระทั่งตัวอ่อนฟัก และคลานออกมาเอง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเป็นไก่งวงป่า รูปร่างและลักษณะอาจจะคล้ายกับ ไก่งวงอเมริกัน หรืออีแร้งออสเตรเลีย  แต่สายพันธ์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย











 Fairy penguin 


เพนกวินน้อย หรือเพนกวินนางฟ้า ( Fairy penguin)  จัดเป็นเพนกวินชนิดที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาเพนกวินทั้งหมด มีความสูงประมาณ  1 ฟุตหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม  มีขนที่ส่วนหลังสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน มีจะงอยปากสั้นสีดำ และเป็นเพนกวินเพียงชนิดเดียวที่เมื่อเดินแล้ว หัวจะทิ่มลงไปข้างหน้า ไม่ตั้งตรงเหมือนเพนกวินทั่วไป พบกระจายพันธุ์ในหลายพื้นที่ของออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ รวมถึงบางแห่งในชิลี  สร้างรังโดยการขุดโพรงในพื้นทรายในป่าละเมาะใกล้ทะเล หรือตามใต้ถุนบ้านเรือนผู้คน เป็นเพียงเพนกวินชนิดเดียวที่อาศัยอยู่ในพื้น ๆ ที่ไม่มีน้ำแข็ง ศัตรูตามธรรมชาติของเพนกวินน้อยมีมากกว่าเพนกวินชนิดอื่น ๆ เนื่องจากมีตัวขนาดเล็กกว่า สำหรับออสเตรเลียแล้วถือเป็นเพนกวินเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่พบได้ในประเทศ

           


อ่านต่อ " 8. สัตว์ยักษ์แห่งออสเตรเลีย ( Mega beast of Australia ) " ครับ...
http://anutjack4.blogspot.com/2014/07/8-mega-beast-of-australia.html



6. ส่องสัตว์ใน Taronga Zoo 1

 Taronga Park Zoo 




สวนสัตว์ตารองก้า ( Taronga Park Zoo ) ถือได้ว่าเป็นสวนสัตว์ที่อยู่ในทำเลที่สวยที่สุดในโลก  ด้วยอยู่ในภูมิประเทศติดทะเลสามารถมองข้ามตรงไปยังอ่าวซิดนีย์ เห็นทัศนียภาพของนครซิดนีย์ได้ชัดเจน สัตว์แห่งนี้มีสัตว์มากกว่า 5,000 ชนิด และยัง มีป่าฝนจำลอง ( Wild Asia ) เป็นที่อยู่ ของสัตว์เขตร้อน เช่น สิงโต , ช้าง เป็นต้น เนื่องจากสวนสัตว์แห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นบนภูเขาทั้งลูก การเดินชม สวนสัตว์อาจทำได้ 2 อย่างคือเดินขึ้นหรือเดินลงเขา  แต่การเดินทางขึ้นเขาก็ยังมีตัวเลือกที่น่าสนใจคือ ทางสวนสัตว์จัดกระเช้าลอยฟ้า ( Cable Car ) ไว้บริการอีกด้วย
         


ขอเกริ่นนำก่อนนะครับ สัตว์ในทวีปออสเตรเลียส่วนใหญ่มีกระเป๋าหน้าท้องเลี้ยงลูกจำพวก Marsupialia ( สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยุคแรก ๆ หลังจากการสูญพันธ์ของยุคไดโนเสาร์  ) โดยที่ทวีปออสเตรเลียแยกตัวออกไปจากแผ่นดินใหญ่ " กอนด์วานา " ซึ่งเป็นทวีปก่อนประวัติศาสตร์นาน 200 ล้านปี และตั้งแต่นั้นมันก็โดดเดี่ยวไม่มีพื้นที่เชื่อมติดต่อกับทวีปอื่น เนื่องจากถูกล้อมด้วยมหาสมุทรโดยที่ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมในทวีปนี้ค่อนข้างจะแห้งแล้งคงที่มากกว่า 60,000 ปีหลังจากที่โลกผ่านจากยุคน้ำแข็ง โดยพรรณไม้ขนาดใหญ่เริ่มสูญพันธ์ และลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พื้นที่ซึ่งเป็นเขตทุ่งหญ้ากึ่งทะเลทรายเพิ่มมากขึ้นในส่วนกลางของทวีป มีผลให้วิวัฒนาการของสัตว์ในทวีปนี้เลยดำเนินไปในรูปแบบที่เฉพาะตัว และเปลี่ยนรูปแบบของวิวัฒนาการของการดำรงชีวิตน้อยมาก ในปัจจุบันออสเตรเลียมีสัตว์ที่มีกระเป๋าหน้าท้องมากกว่า 140 สายพันธุ์ บางส่วนได้สูญพันธ์ไปแล้ว และบางส่วนก็กำลังจะสุญพันธ์ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการรณรงค์อนุรักษณ์ และได้พยายามหาวิธีการโคลนนิ่งให้สัตว์เหล่านั้นกลับมามีชีวิตใหม่ในปัจจุบันครับ ( ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ " สัตว์ยักษ์แห่งออสเตรเลีย ( Mega beast of Australia ) " ครับ )














 Kangaroo 

จิงโจ้ ( Kangaroo ) มีวิวัฒนาการเมื่อกว่า 45 ล้านปีก่อนมาจากสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้องชนิดหนึ่ง ที่มีรูปร่างคล้ายหนู ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สูญพันธ์อยู่ในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย เรียกว่า "จิงโจ้หนูวูลีย์" แม้ไม่สามารถกระโดดได้ แต่ก็มีขาหลังที่ใหญ่ และสามารถนั่งพักบนหางตัวเองได้เหมือนเช่นจิงโจ้ในปัจจุบัน

" Kangaroo " นั้นมีที่มาจาก เมื่อชาวตะวันตกมีการค้นพบทวีปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก ได้พบเห็นจิงโจ้กระโดดไปมามากมาย ด้วยไม่รู้ว่าคือสัตว์อะไร จึงถามชาวอะบอริจินส์ ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองของออสเตรเลียด้วยภาษาอังกฤษ แต่ชาวอะบอริจินสรับฟังไม่ออก จึงกล่าวว่า " Kangaroo " ซึ่งภาษาอะบอริจินแปลว่า "ฉันไม่เข้าใจ" อันเป็นที่มาของชื่อสามัญของจิงโจ้ในภาษาอังกฤษ


 



ยังมีสัตว์พื้นเมืองที่มีเส้นทางวิวัฒนาการทางสายพันธ์เดียวกันกับจิงโจ้อื่น ๆ อีกกว่า 55 สายพันธ์เช่น Wallaby มีลักษณะเหมือนจิงโจ้ แต่ตัวเล็กกว่า และจิงโจ้ต้นไม้ที่สามารถปีป่ายหากินใบไม้บนต้นไม้สูงได้ แลที่รู้จักกันดีอีกชนิดหนึ่งคือ จิงโจ้บิน ( sugar glider ) ที่มีขนาดเล็กเท่ากระรอก มีพังพืดข้างตัว หากินตอนกลางคืนสามารถร่อนไปมาระหว่างต้นไม้ได้


 

 Possum 

พอสซั่ม ( possum ) ชื่อมาจากภาษากรีกแปลว่า "ขนฟู"  เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง อาศัยอยู่ทั่วไป มีการนำเข้าไปนิวซีแลนด์ในปี 1873 เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิตทำเสื้อขนสัตว์จากขนที่อ่อนนุ่มของมัน  แต่จากการที่มันสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี ทำให้พวกมันขยายพันธ์ได้อย่างรวดเร็ว จนไปคุกคามพืชผลทางการเกษตร สร้างความเสียหายมากแ่ก่เกษตรกร NZ  และยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ( โดยเฉพาะพืชผลและนกท้องถิ่น ) รัฐบาล NZ จึงตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อจัดการกับปัญหาพอสซั่มโดยเฉพาะ

 Koala 

โคอาลา ( Koala ) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีกระเป๋าหน้าท้องแบบจิงโจ้เช่นกัน จากการที่มีลักษณะรูปร่าง หน้าตาคล้ายสัตว์ในตระกูลหมี ทำให้ส่วนใหญ่นิยมเรียกว่า " หมีโคอาลา " หรือ " หมีต้นไม้ " โคอาลานับเป็นซากดึกดำบรรพ์ที่ยังมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากพบหลักฐานเป็นฟอสซิลโคอาล่าขนาดยักษ์อายุนานกว่า 20 ล้านปีในออสเตรเลียตอนใต้

มีการค้นพบโคอาลาครั้งแรกในปี ค.ศ. 1816 โดยนักธรรมชาติวิทยาชาวฝรั่งเศส Blainwill ตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ให้ ชื่อว่า Phascolarctos ซึ่งมาจากภาษากรีก โดยเกิดจากคำ 2 คำ รวมกัน คือคำว่า กระเป๋าหน้าท้องของจิงโจ้ และคำว่า หมี ( leather pouch และ bear ) ต่อมานักธรรมชาติวิทยาชาวเยอรมัน Goldfuss ได้ตั้งชื่อที่เฉพาะเจาะจงลงไปเป็น cinereus ซึ่งหมายถึง " สีขี้เถ้า "ตามสีขนของมัน

โคอาล่ากินใบยูคาลิปตัสเป็น อาหาร ฟันและระบบย่อยอาหารถูกพัฒนามาให้สามารถกินและย่อยใบยูคาลิปตัสได้ ใบยูคาลิปตัวมีสารอาหารน้อยมาก และยังมีสารที่มีพิษต่อสัตว์ แต่ระบบย่อยอาหารของโคอาลามีการปรับตัว ทำให้สามารถทำลายพิษนั้นได้ โคอาลามีอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการย่อยไฟเบอร์ (ส่วนประกอบหลักของใบยูคาลิปตัส)















 Wombat 

วอมแบท ( Wombat ) เป็นสัตว์มีกระเป๋าหน้าท้อง รูปร่างอ้วนป้อมหากินพืชหญ้ากลางคืน และขุดโพรงในดินเพื่ออยู่อาศัย ศัตรูคือหมาป่าดิงโก้ และแทสมาเนี่ยนเดวิล ปัจุบันมีจำนวนน้อยมาก และมีความเสี่ยงที่จะสูญพันธ์















 Dingo 

ดิงโก ( Dingo ) สุนัขป่าที่พบได้เฉพาะที่ออสเตรเลีย และเป็นสุนัขป่าเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่มีรูปร่างหน้าตาคล้ายสุนัขบ้านมากที่สุด สันนิษฐานว่าบรรพบุรุษของดิงโก สืบเชื้อสายมาจากสุนัขบ้านจากเอเชียอาคเนย์ โดยเข้ามาอยู่ในออสเตรเลียเมื่อราว 3,000 - 4,000 ปีก่อน ดิงโกจัดเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวเท่านั้นในวงศ์สุนัข (Canidae) ที่พบในออสเตรเลีย และถือเป็นสายพันธุ์สุนัขแท้ ๆ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีนิสัยดุร้ายและปราดเปรียวมาก อยู่เป็นฝูงใหญ่แม้พื้นที่ ๆ อาศัยอยู่จะเป็นทะเลทรายหรือที่ราบกว้างใหญ่ แต่ดิงโกก็สามารถป่ายปีนก้อนหินหรือหน้าผาได้อย่างคล่องแคล่ว

ปัจจุบันดิงโกมีความเสี่ยงในการสูญพันธุ์ ในทางตอนใต้และตะวันออกของออสเตรเลีย มีการแบ่งเขตเป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ดิงโก เพื่อไม่ให้ดิงโกเข้ามาปะปนกับมนุษย์หรือสัตว์ชนิดอื่น โดยกั้นเป็นรั้วยาวกว่าครึ่งของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งจัดเป็นแนวรั้วที่ยาวที่สุดในโลก

        

 Tasmanian Tiger 

เสือทัสมาเนีย ( Tasmanian Tiger ) เป็นสัตว์กินเนื้อมีกระเป๋าหน้าท้องที่นักชีวะศาสตร์ลงความเห็นว่าสูญพันธุ์หมดไปจากโลกนี้แล้ว  เสือทัสมาเนียตัวสุดท้ายของโลกได้ตายไปในปี คศ. 1936 ในสวนสัตว์ Hobert เสือตัวที่ว่านี้มีลักษณะคล้ายๆกับสุนัข แต่มีฟันหน้าที่แหลมคม นอกจากนั้นลำตัวจะมีขนลายทางสีน้ำตาลอ่อน มีสีดำสลับที่สันหลังค่อนไปทางก้น และมีหางที่แข็งแรงมีลักษณะคล้ายๆกับจิงโจ้ บางครั้งมันยืนด้วยสองขาหลังเหมือนจิงโจ้ด้วย

ดั้งเดิมเสือชนิดนี้แพร่พันธุ์ทั่วไปในนิวกีนีและออสเตรเลียเมื่อ 4,000 ปีก่อน เสือที่ว่านี้ค่อยๆหายไปจากนิวกีนีและออสเตรเลียแผ่นดินใหญ่ พร้อมๆกับการแพร่พันธุ์ของสุนัขดิงโก้ และหมาป่า แต่โชคดีที่หมาที่ว่านี้ไม่แพร่พันธุ์เข้ามาทัสมาเนีย เพราะทัสมาเนียเป็นเกาะมีน้ำคั่นกลาง หมาดิงโก้คงว่ายน้ำข้ามมาไม่ได้ เพราะช่องแคบบาสส์ (Bass Strait) นั้นกว้างถึง 200 กม. เลยทำให้สายพันธ์เสือทัสมาเนียมีอายุมาได้อีกช่วงหนึ่ง

สาเหตุที่ทำให้เสือทัสมาเนียสูญพันธุ์อาจมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาจเกิดมาจากโรคระบาด หรือเชื้อโรคชนิดหนึ่งที่ติดมากับฝูงแกะที่นำเข้ามาจากทวีปยุโรป บางส่วนก็เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะถูกล่าอย่างมากมาย เนื่องจากเสือเหล่านี้เข้าไปกัดกินแกะของชาวไร่ ชาวนา  หรืออาจจะเป็นทั้งสองเหตุผล

แต่ก็มีข่าวคราวว่าพบเสือทัสมาเนียนี้กันบ่อยครั้ง มีหลักฐานมากมายว่ามีการพบเสือที่ว่านี้ เมื่อปีพ.ศ.2538 มีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ของทัสมาเนียผู้หนึ่งพบร่องรอยของเสือชนิดนี้ ทางตะวันออกของทัสมาเนีย  เมื่อเร็วๆนี้มีข่าวครึกโครมออกไปทั่วโลกว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีชุบชีวิตเสือดังกล่าวได้แล้วโดย ดร.ไมค์ อาร์เชอร์ (Mike Archer) ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ออสเตเลียน ออกมาแถลงว่ามีแผนที่จะทำโคลนนิ่งเสือชนิดนี้ โดยนำเอาเซลล์ของเสือที่ดองแอลกอฮอล์ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2409 มาสกัด DNA ซึ่งจะทำให้เสือสายพันธ์นี้ฟื้นกลับมาดำรงอยู่ในธรรมชาติบนโลกนี้อีกครั้ง
        

 Tasmanian Devil 


ทัสมาเนียเดวิล เป็นสัตว์กินเนื้อมีกระเป๋าหน้าท้องพบได้เพียงที่เดียวในโลกคือที่เกาะ Tasmania มีขนสีดำ กลิ่นฉุนและค่อนข้างดุร้าย มีหัวและลำคอค่อนข้างใหญ่ เคลื่อนไหวได้รวดเร็วสามารถปีนต้นไม้และว่ายน้ำได้ดี  ตัวเมียสามารถมีลูกในกระเป๋าหน้าท้องได้สูงสุดถึง 6 ตัว















จากความที่มีรูปร่างและลักษณะนิสัยที่แตกต่างจากสัตว์ประเภทอื่น ๆ จึงถูกสร้างขึ้นเป็นตัวการ์ตูนของ looney tunes ทีี่หลายคนอาจจะรู้จักกันดี ในการ์ตูนมันจะชอบหมุนตัวแบบควงสว่านทำลายล้างทุกสิ่ง มีนิสัยหุนหันพลันแล่น ซุกซน และมักหิวอยู่ตลอดเวลา



 Platypus 

ตุ่นปากเป็ด ( Platypus ) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียง 1 ใน 2 ชนิดในโลกที่ออกลูกเป็นไข่ ตุ่นปากเป็ดมีลักษณะรูปร่างที่แปลกประหลาด คือ มีรูปร่างคล้ายตัวนาก ( แต่ลำตัวแบนกว่า ) มีปากคล้ายเป็ด ( แต่ยืดหยุ่นคล้ายยาง ) มีหางแบนคล้ายตัวบีเวอร์ ( แต่ใช้เพื่อควบคุมทิศทางในการว่ายเท่านั้น ส่วนบีเวอร์ใช้โบกไปมาเพื่อเคลื่อนที่ ) มีมือและเท้าเป็นพังพืด ที่จะกางออกเมื่ออยู่ในน้ำเพื่อใช้ว่ายน้ำ แต่จะหุบเก็บเวลาเดินอยู่บนบก เดินขากางออกนอกลำตัว บริเวณเท้าหลังของตุ่นปากเป็ดจะมีเดือยที่เชื่อมไปยังต่อมพิษ หากถูกต่อยจะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
           

นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าตุ่นปากเป็ดเคยอยู่ในสายวิวัฒนาการที่มีบรรพบุรุษร่วมกันกับมนุษย์เรา ก่อนที่จะแยกสายออกไปเมื่อประมาณ 165-170 ล้านปีที่แล้วคือ ตุ่นปากเป็ดเหมือนพวกสัตว์เลื้อยคลานคือมีพิษ , เหมือนพวกนกคือออกลูกเป็นไข่ และเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคือ การเลี้ยงลูกอ่อนด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มแรกๆ ที่แยกสายวิวัฒนาการออกไปจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลุ่มอื่นๆ ขณะเดียวกันตุ่นปากเป็ดยังคงพกพาเอาลักษณะของสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลานซึ่งยังคงถ่ายทอดยีนส์ของกรรมพันธ์ติดตัวมาหลายร้อยล้านปี จนกระทั่งถึงปัจจุบันและอยู่บนสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ " สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีวิวัฒนาการมาจากสัตว์ปีก และสัตว์ปีกมีวิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์ "









 Echidna 



อีคิดนา ( Echidna ) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของ ตัวกินมดหนาม ( Spiky Anteater )  พบในนิวกินีและออสเตรเลีย รูปร่างคล้ายเม่นตัวเล็กๆ มีขนหยาบและขนหนาม ( spine ) ปกคลุมตลอดตัว มีจมูกเรียวยาว ขาสั้นแข็งแรง อุ้งเล็บใหญ่ ขุดดินได้ดีหาอาหารโดยขุดจอมปลวก ใช้ลิ้นเหนียว ๆ กวาดปลวก มด และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็ก ชนิดอื่น ๆหากเจอศัตรูจะป้องกันตัว โดยจะม้วนตัวกลมเหมือนลูกฟุตบอลหนาม เป็นสัตว์อยู่ในรายชื่อใกล้สูญพันธ์เช่นเดียวกัน

 Frilled dragon 

กิ้งก่าแผงคอ ( Frilled dragon )  มีรูปร่างเหมือนกิ้งก่าทั่วไป สีลำตัวเป็นสีน้ำตาลเขียว มีจุดเด่นก็คือ มีแผงคอที่สามารถแผ่ออกได้กว้างครอบหัวเวลาตกใจหรือขู่ศัตรู อีกทั้งยังสามารถวิ่งได้ด้วยขาหลังเพียง 2 ขาด้วยความเร็ว เมื่อหนีศัตรู มีนิ้วทั้งหมด 5 นิ้ว มีเล็บแหลมคม หางเรียวยาว โดยปกติจะอาศัยและหากินอยู่ตามต้นไม้ พบกระจายพันธุ์อยู่ในทะเลทรายทางตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย, ปาปัวนิวกินี กินแมลงและสัตว์ขนาดเล็กต่าง ๆ เป็นอาหาร 

       


อ่านต่อ " 7. ส่องสัตว์ใน Taronga Zoo 2 " ครับ...